[สาระ]---เหนือกว่า กิมจิฟีเวอร์ ศัลยกรรมไทยก้าวหน้ากว่า 30 ปี!!!
posted on 04 Jul 2009 10:04 by shinobu-chan
กระแส “เกาหลีฟีเวอร์” ในเมืองไทยเรายามนี้
ไม่เพียงส่งผลให้คนไทย โดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิง “เห่อ”
นักร้อง-ดาราเกาหลีใต้กันมาก ทั้งหนัง ละคร คอนเสิร์ตจากเกาหลี
ได้รับความนิยมในไทยอย่างสูง กับการแต่งเนื้อแต่งตัว
เสื้อผ้า-หน้า-ผมของคนไทย ยุคนี้ โดยเฉพาะวัยรุ่น ก็ตามแห่ “สไตล์เกาหลี”
กันทั่วเมือง...
และกับการทำ “ศัลยกรรม” เกาหลีก็สร้างกระแสได้แรง
ถึงขนาดมี “ทัวร์ทำศัลยกรรม” นำคนไทยไปทำที่เกาหลี
.
.
.
อย่างไรก็ตาม กับเรื่องการทำศัลยกรรมนี้ ทราบหรือไม่ว่า ?? “บุคลากรแพทย์ด้านศัลยกรรมของประเทศไทยก้าวหน้ากว่าวงการศัลยกรรม เกาหลีกว่า 30 ปี !!!” ซึ่งทางสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศ
ไทย เป็นฝ่ายที่ออกมาเปิดเผยในเรื่องนี้ พร้อมมีข้อมูลเรื่องราวที่เป็นการยืนยัน โดยทีมแพทย์ไทยได้รับเชิญไป
บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมของศัลยกรรม เพื่อบุคลิกภาพให้กับศัลยแพทย์ชาวเกาหลี ที่กรุงโซล สาธารณ รัฐเกาหลี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวิชาการความก้าวหน้า กับกลุ่มสตรีชาวเกาหลี
อย่างเช่นการ “ทำตาสองชั้น”
ปัจจุบันเกาหลีใต้ยังใช้วิธีเจาะ 4 รู มีการวางยาสลบ เย็บด้วยเข็มขนาดใหญ่
**ทำให้เกิดรอยแผลเป็นขนาด ยาว**
แต่ในไทยปัจจุบันเจาะรูเล็ก ๆ บริเวณเปลือกตาเพียง 2 รู ไม่ต้องวางยาสลบ การเย็บแผลก็นำกล้องจุลทรรศน์มาใช้ ซึ่งทำให้มีรอยแผลขนาด เล็ก ลดอาการบวมลงได้มาก
แต่ด้วยข้อจำกัดที่ว่าคนไทยจะไม่มีการพูดถึงการศัลยกรรมใบหน้ากันมาก
คนทั่วไปจึงไม่ค่อยรับรู้เรื่องความก้าวหน้านี้
หรืออย่างการ “เสริมจมูก” ไทยก็เป็นประเทศแรกที่เสริมจมูกด้วยการนำไขมันของเจ้าตัวมาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ ลดความเสี่ยงจากสิ่งแปลกปลอม จะแตกต่างและเสี่ยงน้อยกว่าใช้ “ซิลิโคน”
“ไทยเราพัฒนาศัลยกรรมจากยุคแรกที่เน้นแก้ไข ความบกพร่องทางใบหน้าจากอุบัติเหตุ หรือพิการแต่กำเนิด เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อให้ใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่เขินอาย และยุคต่อมานิยมทำกันในหมู่ คนทำงานกลางคืน จนปัจจุบันเริ่มมุ่งเน้นเพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี เป็นที่ ยอมรับ”
นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าฯ บอกอีกว่า... ประเทศไทยนั้น.....
ศัลยแพทย์ซึ่งทำศัลยกรรมบริเวณใบหน้าจะมีพื้นฐานความรู้จาก แพทย์หู คอ จมูก ปาก ก่อนแตกแขนงเป็นแพทย์พิเศษเฉพาะทาง อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านตา จมูก ปาก เส้นผม ฟัน หน้าอก จนถึงการ “แปลงเพศ”
ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก นอกจากนี้
ศัลยแพทย์ไทยยังมีการวิจัยพัฒนาเทคนิคและเทคโนโลยีในการศัลยกรรมความงามอยู่
ตลอดเวลา
สำหรับการรับเชิญไปบรรยายที่เกาหลีใต้ นพ.ชลธิศเผยว่า...
สมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าฯ ก็ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย
และสมาคมท่องเที่ยวอเมริกาแห่งประเทศไทย ในการ “บุกตลาดศัลยกรรมเกาหลีใต้”
อย่างเป็นทางการ โดยจัดโครงการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและบุคลิกภาพขึ้น
โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านศัลยกรรมต่าง ๆ ร่วม 50
คนเดินทางไปในครั้งนี้ อาทิ....ผศ.ทพ.พรชัย จันศิษย์ยานนท์, นพ.จำรูญ
ตั้งกีรติชัย, นพ.สัมฤทธิ์ คมฤทธิ์, พล.ต.ต.นพ.อรรถพันธ์ พรมณฑาพารัตน์,
นพ.สรัลชัย เกียรติ สุระยานนท์, พ.ต.อ.ทพ.พิมล บำรุง เป็นต้น
ผศ.ทพ.พรชัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกฟันถาวร ระบุว่า... เรื่องการ “ทำฟัน จัดฟัน
ทำรากฟัน” ไทยเราก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นในด้านความเชี่ยวชาญงานฝีมือที่ทำได้สวยงาม และรวดเร็ว
อีกทั้งเรื่องของฟันไม่ใช่แค่ความงามอย่างเดียว
ยังต้องคำนึงถึงเรื่องการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ของฟัน
เพื่อมิให้มีปัญหาในเรื่องของการตัด บด เคี้ยวอาหาร “ในไทยสามารถจัดฟัน
ถอนฟัน แล้ว ทำรากเทียมได้เสร็จภายในวันเดียว
โดยคนไข้มีอาการบอบช้ำภายหลังการรักษาน้อย”
ขณะที่ นพ.จำรูญ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านปลูกผม
ก็ระบุว่า... ปัจจุบันผู้ชายเองก็นิยมทำศัลยกรรมเช่น กัน อย่างเช่นการ
“ปลูกผม” ซึ่งไทยก็มีความเชี่ยวชาญ และทำได้รวดเร็ว ไม่ แพ้สหรัฐอเมริกา
โดยการนำเซลล์ที่อยู่บริเวณท้ายทอยมาปลูกแทนผมส่วน ที่หายไป
และนอกจากความเชี่ยวชาญ การประหยัดเวลา
ที่เป็นจุดแข็งด้านการศัลยกรรมของไทยแล้ว
ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในไทยก็ยังถูกกว่าประเทศอื่น ๆ
“การปลูกย้ายเซลล์ผมหากทำในอเมริกาค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านบาทต่อหัว
แต่ของไทยจะถูกกว่าถึง 10 เท่า โดยตกหัวละประมาณ 200,000 บาทเท่านั้น”
ทั้งนี้ ปิดท้ายด้ายการระบุของ นพ.ชลธิศ นายกสมาคมศัลย กรรมตกแต่งใบหน้าฯ
ที่ว่า... “ความเชี่ยวชาญ ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ใช้ หรือแม้แต่ราคา
วงการศัลยกรรมความงามในประเทศไทยจัดได้ว่าเหนือกว่าเกาหลีใต้ทุกประตู
ดังนั้น จึงไม่อยากให้คนไทยจ่ายแพง แล้วยังได้ของเก่า”
และนี่ก็เป็นอีกเรื่องน่าสนใจในยุคที่ “เกาหลีฟีเวอร์” ในไทย
ใครที่คิดจะไปทำ “ศัลยกรรม” ที่เกาหลีใต้...ก็น่าคิด ?!?!?.
...
...
อืมม
ทำไมถึงเป็นไทยที่ก้าวหน้ากว่าล่ะ?
ทำไมไม่เคยรู้เลย? เกาหลีดังเรื่องศัลยกรรมจะตายไป
เพราะอะไรน่ะหรอ?
เพราะว่า คนไทยนิยมธรรมชาติมากกว่า ไม่ค่อยมีใครไปศัลยกรรมกันเป็นหมู่คณะเหมือนที่นู้น
การแพทย์ทางด้านศัลยกรรมไทย เลยใช้ความรู้ด้านศัลยกรรมไปทำเรื่องช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวันของ
พวกผู้ป่วยที่เป็นโรค อย่าง ปากแหว่งเพดานโหว่ ตาบอด ลูกตาหาย เอาตาเทียมใส่ อะไรประมาณนี้
ไม่ค่อยมีใครศัลยกรรมแบบเกาหลี ที่ ทำตาสองชั้น ดึงหน้า กรีดตา เสริมดั้ง เหลาคาง - - ...
เพราะคนไทยไม่ชอบทำศัลยกรรมเป็นทุนเดิม
เพราะเกาหลี มีแต่คนศัลยกรรม เลยมีชื่อในเรื่องศัลยกรรมว่า เลยคิดว่าการแพทย์ที่นู้น ..เออ...มันคงจะดีเนอะ
ทั้งๆที่ไทยเราก้าวหน้ากว่าเยอะมากๆ
.
.
เข้าใจยัง?
เครดิต - MSN NEWS
ข้าคือฯ ---- >"Kaminari Shinobu"













อย่างว่าพี่ไทยชอบดูถูกตัวเอง
เอาเป็นว่า ใช้บริการคนไทยดีกว่า
#1 By [B]luefat[E] on 2009-07-04 10:44